รับทำเว็บพร้อมดูแลให้ทุกขั้นตอน Tel.084-319-3689

รวบแล้ว แก๊งทืบ นทท.มะกัน เหยื่อแฉดราม่า สภ.เกาะพีพี ไม่รับแจ้งความ

476
views

เครดิตภาพบางส่วน: เพจเฟซบุ๊ก Trimbleezy Photography

รวบแล้ว 3 ลูกเรือโหด รุมยำนักท่องเที่ยวมะกันบนเกาะพีพี สารภาพทำร้ายจริง แต่ไม่ได้วิ่งราวทรัพย์ตามที่เหยื่อกล่าวอ้าง ขณะที่ “ผู้การกระบี่” ออกโรง สั่งท้องที่ชี้แจงข้อเท็จจริง ปมไม่รับแจ้งความ

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานเหตุชาย 3 คน รุมทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวอเมริกา บนเกาะพีพี จ.กระบี่ รายนี้ เปิดเผยขึ้นหลังจากที่ นายสตีเฟ่น ทริมเบิ้ล หนุ่มชาวสหรัฐอเมริกา อายุ 26 ปี โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชันอินสตาแกรม ชื่อ trimbleezy ว่า เจ้าตัวเดินทางมาเที่ยวบนเกาะพีพี จ.กระบี่ พร้อมกับเพื่อนอีกคน คือ นายลุค บาร์โรว์ อายุ 29 ปี โดยเดินทางมาเกาะพีพีเมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นในคืนดังกล่าว ได้ออกมาเที่ยวดื่มกินกับเพื่อนบนเกาะพีพี จากนั้นพบเจอเพื่อนฝรั่งผู้หญิงคนหนึ่ง บอกว่าเธอถูกวิ่งราวกระเป๋า นายสตีเฟ่นจึงอาสาติดตามหาให้

โดยพบว่า ชายชาวไทยเอากระเป๋าไป เจ้าตัวจึงติดตามเอาคืน จนได้กระเป๋าคืนมาในที่สุด จากนั้นมีกลุ่มชาย 3 คน ซึ่งเชื่อว่าเป็นคนที่ขโมยกระเป๋าไป เข้ามาดักรุมทำร้าย ใช้ไม้ทุบตีจนได้รับบาดเจ็บ ศีรษะแตก เอ็นหัวเข่าฉีกขาด ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่คลินิกแห่งหนึ่งบนเกาะพีพี โดยแจ้งเหตุกับตำรวจบนเกาะ แต่ตำรวจบอกให้กลับไปแจ้งความที่ สภ.เกาะพีพี อีกครั้งในวันรุ่งขึ้น จึงไม่เข้าใจการทำงานของตำรวจว่าทำไมถึงไม่รับแจ้งเหตุตั้งแต่ตอนเกิดเหตุ แล้วติดตามตัวคนร้าย

ภายหลังมีการโพสต์ข้อความดังกล่าวออกมา ทาง พล.ต.ต.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผบก.ภ.จว.กระบี่ จึงสั่งตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน เรียกประชุมตำรวจทุกหน่วย ทั้งตำรวจภูธร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว ที่ห้องประชุม บก.ภ.จ.กระบี่ โดยมีการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ มี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นประธานประชุมติดตามเรื่องดังกล่าว

เบื้องต้น พล.ต.ต.ศักดิ์ชัย สั่งการให้ พ.ต.ท.โชคดี มาบางยาง สวญ.สภ.เกาะพีพี ทำรายงานชี้แจงเหตุดังกล่าวอย่างละเอียด โดยรายงานชี้แจงระบุว่า ในคืนวันที่ 8 มี.ค. เวลา 03.00 น. ตำรวจสายตรวจของเกาะพีพีออกตรวจแล้วพบนักท่องเที่ยวชาย 1 คน และหญิง 1 คน เดินมาด้วยกัน โดยมีฝ่ายหญิงประคองร่างฝ่ายชายเดินมาในสภาพโซเซ ที่ตัวผู้ชายมีเลือดไหลอาบตัว จึงเข้าไปช่วยเหลือนำส่งคลินิกแห่งหนึ่งใกล้จุดที่พบ แต่ไม่สามารถสอบถามสาเหตุได้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวอยู่ในอาการมึนเมา จึงแจ้งไว้ว่าหลังรักษาตัวเสร็จแล้ว ให้ไปแจ้งความที่ สภ.เกาะพีพี ซึ่งมี ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ รักสกุล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เกาะพีพี เข้าเวรอยู่

จากนั้นในคืนเดียวกัน ตำรวจรับแจ้งมีนักท่องเที่ยวถูกวิ่งราวกระเป๋า ซึ่งเป็นคนละเหตุกันกับเหตุทำร้ายร่างกาย ตำรวจจึงไปติดตามตัวคนร้ายในคดีวิ่งราวกระเป๋า และสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุดำเนินคดีได้

ต่อมามีภาพนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวถูกนำมาโพสต์ทางสื่อโซเชียล จึงตรวจสอบเรื่องนี้ไปทางคลินิก ทราบว่า นักท่องเที่ยวชายที่บาดเจ็บคืนนั้นคือ นายสตีเฟ่น ทริมเบิ้ล อายุ 26 ปี เข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บ โดยมีบาดแผลเย็บบริเวณศีรษะ 3 เข็ม ขาข้างซ้าย 2 เข็ม จากนั้นนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวก็กลับที่พักและเดินทางออกจากเกาะพีพีในเช้าวันที่ 9 มี.ค. เพื่อเดินทางต่อไปยังหาดอ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ โดยไม่ได้เดินทางมาแจ้งความไว้แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ตำรวจตรวจสอบแล้วพบว่า เหตุที่ นายสตีเฟ่น ถูกรุมทำร้าย เกิดบริเวณอ่าวโล๊ะดาลัม บนเกาะพีพี หมู่ 7 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายไทย 3 คน คือนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 188/51 หมู่ 7 ต.อ่าวนาง นายบอย (นามสมมติ) อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 188/30 หมู่ 7 ต.อ่าวนาง และนายชูศักดิ์ เสนาะ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 188/100 หมู่ 7 ต.อ่าวนาง ทั้ง 3 คนทำงานเป็นพนักงานบนเรือนำเที่ยว

ต่อมา พ.ต.ท.โชคดี ส่งชุดสืบสวน สภ.เกาะพีพี ออกไปสืบหาตัวคนทั้ง 3 จนสามารถจับกุมตัวมาได้ทั้ง 3 คน นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เกาะพีพี ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพตรงกัน โดยนายชูศักดิ์สารภาพว่า ในคืนเกิดเหตุ พวกตนรุมทำร้าย นายสตีเฟ่น จริง แต่ไม่ได้มีการวิ่งราวกระเป๋าของนักท่องเที่ยวหญิง ตามที่นายสตีเฟ่นโพสต์ข้อความ แต่เป็นเพราะนายสตีเฟ่นกล่าวหาว่าตนขโมยโทรศัพท์มือถือของนักท่องเที่ยวหญิงไป จึงขอโทรศัพท์ไปตรวจสอบ ก็พบว่าไม่ใช่ของนักท่องเที่ยวหญิง ตนจึงขอโทรศัพท์คืน แต่นายสตีเฟ่นไม่ยอมคืนให้ จึงเกิดการยื้อแย่งกัน จนเกิดการชุลมุนขึ้น

“ตนตะโกนให้นายเอซึ่งนอนอยู่ในเรือใกล้จุดเกิดเหตุมาช่วย นายเอก็วิ่งมาพร้อมคว้าท่อพีวีซียาว 2 เมตร มาตีใส่นายสตีเฟ่น จากนั้นนายบอย ขับเรือมาที่หาดจุดเกิดเหตุ และเห็นเหตุการณ์ชุลมุนอยู่ จึงวิ่งเข้ามาช่วย เพราะเห็นว่าพวกตนสู้นายสตีเฟ่นไม่ได้ เนื่องจากนายสตีเฟ่นมีรูปร่างสูงใหญ่ กระทั่งนายสตีเฟ่นยอมคืนโทรศัพท์มา พวกตนก็แยกย้ายกันออกไปจากที่เกิดเหตุ พวกตนยอมรับว่ากระทำเกินกว่าเหตุ และพร้อมถูกดำเนินคดี”

จากนั้นตำรวจนำตัวทั้ง 3 คนไปชี้จุดเกิดเหตุ พบท่อพีวีซีที่ถูกกล่าวถึง มีคราบเลือดติดอยู่ปลายท่อ โดยที่ปลายท่อมีสภาพแตกหัก ตำรวจจึงเก็บเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี ก่อนจะคุมตัวทั้ง 3 คนไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เกาะพีพี

เบื้องต้นแม้นายสตีเฟ่น เจ้าตัวจะยังไม่แจ้งความไว้ แต่ทาง พล.ต.ต.ศักดิ์ชัย สั่งการให้ตำรวจสายตรวจที่พบเจอนายสตีเฟ่น ทำหน้าที่เป็นผู้กล่าวทุกข์ จึงแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย คุมตัวทั้ง 3 คนไว้ดำเนินคดี

ในส่วนของการติดตามหาตัวนายสตีเฟ่น เพื่อนำตัวมาสอบสวน ล่าสุดทางตำรวจ ตม.กระบี่ ตรวจสอบพบว่าหลังเดินทางออกจากเกาะพีพี นายสตีเฟ่น เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่หาดอ่าวนาง ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา เดินทางออกจาก จ.กระบี่ ไปยัง เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี จึงประสานให้ตำรวจ ตม.สุราษฎร์ธานี ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจ สภ.เกาะพะงัน ช่วยกันติดตามตัวนายสตีเฟ่นเพื่อนำตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม

พล.ต.ต.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า คดีดังกล่าว ตอนนี้ตำรวจจับกุมผู้ที่ก่อเหตุไว้ได้แล้วทั้ง 3 คน เบื้องต้นสารภาพว่าก่อเหตุจริง จึงให้แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีแล้ว ส่วนตัวนายสตีเฟ่นกำลังเร่งติตามหาตัวอยู่ คาดว่าจะเจอตัวในเร็วๆ นี้ และเชิญตัวมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ซึ่งตอนนี้ยังไม่เชื่อในข้อความที่เจ้าตัวโพสต์ จนกว่าจะได้ยินจากปากเจ้าตัวเอง ว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร

ส่วนกรณีตำรวจ สภ.เกาะพีพี จะมีความผิดในเรื่องละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เรื่องนี้ตนสั่งให้ทำรายงานชี้แจงมาแล้ว แต่จะต้องเจอตัวผู้เสียหายก่อน เพื่อสอบถามให้ชัดว่าในคืนเกิดเหตุได้แจ้งความไว้กับตำรวจแล้วหรือไม่ หากเจ้าตัวบอกว่าแจ้งแล้ว แต่ตำรวจไม่รับแจ้ง ก็ต้องตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย และดำเนินการไปตามกระบวนการ ต้องรอดูข้อเท็จจริงอีกครั้ง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย.

© สนับสนุนข่าว

ให้เว็บไซต์ของคุณสร้างรายได้
คลิกลงทะเบียน